Home Blog Page 15

เคล็ดลับหน้าเด็ก#4 เลี่ยงแดดที่ทะลุผ่านกระจกเข้ามาในห้อง

0
หน้าเด็กด้วยการเลี่ยงแดดทะลุกระจก
หน้าเด็กด้วยการเลี่ยงแดดทะลุกระจก
🌥คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่า ที่คิดว่ารอดจากอันตรายของแสงแดดได้ เมื่ออยู่ในร่ม
ความจริงแล้ว คือ ไม่รอดค่ะ
แม้ว่า กระจกจะป้องกันรังสี UVB ได้เกือบทั้งหมด
แต่รังสี UVA ก็ยังทะลุผ่านเข้ามาได้แบบสบายๆ
UVA นั้น จะไปทำลายDNA ในผิวของเรา
ไปเร่งกระบวนการแก่ของผิว และยังทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

💗วิธีการป้องกันตนเองอย่างง่ายๆ ก็คือ
การเลี่ยงโดนแสงแดดโดยตรงที่ส่องเข้ามาในห้อง
ไม่ว่า จะในบ้าน ที่ทำงาน หรือในร้านอาหาร

หากโต๊ะทำงานของคุณ โดนแสงโดยตรง
ก็ให้ขยับโต๊ะออกมาหน่อย หรือเปลี่ยนมุมนั่ง เพื่อเลี่ยงแดด

นอกจากนี้ ถึงแม้อยู่ในร่ม
ก็ยังคงต้องใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป
และหาเสื้อคลุมหรือผ้าเช็ดหน้า มาปิดผิวบริเวณที่ยังโดนแดดอยู่

เคล็ดลับหน้าเด็ก#3 กล่าวขอบคุณเรื่องต่างๆ ก่อนนอนทุกคืน

0
หน้าเด็กด้วยการกล่าวขอบคุณ
หน้าเด็กด้วยการกล่าวขอบคุณ

🎉คณไม่จำเป็นต้องรอถึงสิ้นปี
แล้วค่อยมานั่งทบทวนชีวิต
ว่าทั้งปีมีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นบ้าง

🎁คุณสามารถกล่าวขอบคุณอย่างน้อยซัก3 อย่าง
ก่อนจะนอนได้ตั้งแต่วันนี้เลย

💟หลายงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า
คนที่เห็นคุณค่าของสิ่งต่าง
จะมีสุขภาพโดยรวมที่ดีกว่า
นอนหลับได้ดีกว่า
และมีความพึงพอใจกับชีวิตมากกว่า

😍การรู้สึกขอบคุณนั้น จะไปกระตุ้นการหลั่งสารเอนโดฟิน
ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ฮอร์โมนแห่งความสุข”
ช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวาย และความดันโลหิตสูง
🌹และสุดท้าย การกล่าวขอบคุณอย่างสม่ำเสมอนั้น
ก็นำไปสู่ชีวิตที่มีความสุข และยังทำให้อายุยืนขึ้น อีกด้วย

👉ถ้าคุณมีปัญหาว่า ไม่รู้จะกล่าวขอบคุณอะไรก่อนนอน
ก็ให้สร้างนิสัยง่ายๆ เช่น
ทุกครั้งหลังแปรงฟันเสร็จ
ให้นึกถึงเรื่องดีๆ ของวันนี้อย่างน้อย 3 เรื่อง
อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
อย่าง 😋วันนี้บาริสต้าวาดลายน่ารักๆบนกาแฟให้คุณ
หรือคำชมที่คุณได้รับจากเพื่อนร่วมงาน

เคล็ดลับหน้าเด็ก#2 ลดหรือเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วดื่มน้ำเปล่าแทน

0
หน้าเด็กด้วยการลดแอลกอฮอล์
หน้าเด็กด้วยการลดแอลกอฮอล์

🍷การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะทำให้มีอาการแฮงค์ แล้วมีผลข้างเคียงอีกอย่างตามมาที่หลายคนไม่รู้
นั่นก็คือ การเกิดริ้วรอยมากชึ้น

แอลกอฮอล์นั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เราดูแก่
โดยการทำให้ผิวแห้งลง
ยิ่งผิวแห้งลงเท่าไหร่ ริ้วรอยก็ยิ่งชัดเจนเท่านั้

🤩เมื่อเทียบกับคนที่ดื่ม
กลุ่มคนที่ไม่ดื่มนั้น ดูเด็กกว่า เป็นสิบปีหรือมากกว่านั้น

📌ส่วนใหญ่แล้ว เรามักได้ยินกันว่า แอลกอฮอล์ ทำให้เกิดความเสียหายแก่สมอง เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ และทำให้อายุขัยสั้นลง

🍸แต่ในบางงานวิจัย ก็บอกว่า ถ้ากินไวน์บางชนิด ก็ช่วยเรื่องสุขภาพได้

แล้วเราจะทำยังไงกับข้อมูลที่ขัดแย้งกันนี้ได้บ้าง

🍾คำตอบก็คือ ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ไวน์หรือค็อกเทล
ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง และก็ให้ดื่มน้ำตาม 1 แก้ว ทุกๆแก้วที่คุณดื่มไวน์หรือค็อกเทล

ส่วนใครที่ไม่ได้ดื่มอยู่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเริ่มดื่มเลย

🥂หน่วยงานโรคหัวใจของอังกฤษ บอกว่า ขนาดมากสุดที่ยังปลอดภัยในการดื่มคือ แอลกอฮอล์ 5 แก้ว ต่อสัปดาห์
นั่นคือ ไม่เกิน100 มิลลิลิตรของแอลกอฮอล์แบบเพียวๆ นั่นเอง

เคล็ดลับหน้าเด็ก #1 เลือกทานผลไม้ แทนน้ำตาลจากของหวาน

0
หน้าเด็กโดยการทานผลไม้
หน้าเด็กโดยการทานผลไม้
🤗ถ้าอยากจะชะลอวัย เลิกทานน้ำตาลจากขนม และอาหารปรุงแต่งต่างๆ แล้วลองหันมาทานผลไม้แทน

🍦พวกน้ำตาลต่างๆที่ไม่ได้มาจาก ผักและผลไม้นั้น
เวลาเรากินเข้าไป สารเหล่านี้จะไปจับกับโปรตีนและไขมันในร่างกายของเรา แล้วผลิตสารชนิดหนึ่ง ชื่อ AGEs ซึ่งย่อมาจาก Advanced Glycation End Products
🍰โดยสาร AGEs จะไปรบกวนการสร้าง คอลลาเจน และอิลาสติน ในชั้นผิวของเรา ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น และดูแก่ก่อนวัย

นอกจากนี้ พวกอาหารน้ำตาลสูง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็ง และ โรคอัลไซเมอร์ด้วย

👉น้ำตาลสังเคราะห์นั้น มักมาในหลากหลายชื่อ
ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆนั้นดูไม่ออก
ตัวอย่างเช่น น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ (agave nectar),
น้ำตาลอ้อย (cane sugar), คาราเมล (caramel), น้ำตาลข้าวโพด (corn syrup), กากน้ำตาล (molasses), น้ำตาลข้าว (rice syrup), เดกโตรส หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ลงท้ายด้วย -โอส (-ose)

🚫ถ้าเห็นชื่อเหล่านี้ บนบรรจุภัณฑ์ ให้ระวังไว้ว่า เรากำลังจะได้รับน้ำตาลที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา กำหนดไว้ว่า ในผู้หญิง ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
ส่วนในผู้ชาย ไม่ควรเกิน 9 ช้อนชาต่อวัน

เมื่อคุณเริ่มลดการทานน้ำตาลลง ตัวคุณเอง ก็จะอยากน้ำตาลลดลงไปด้วย
🍍วิธีการคือ เมื่อไหร่ที่คุณอยากของหวาน ก็ให้เปลี่ยนมาทานผลไม้แทน
เช่น องุ่น สตรอเบอร์รี่ สับปะรด
🍹หรือถ้าอยากเพิ่มความสดชื่น ก็อาจนำ ราสพ์เบอร์รี่ และมะม่วงแช่แข็ง ไปปั่นรวมกับกล้วย กลายเป็นสมูทตี้ดิ่มแทนก็ได

 

 

7 วิธีรับมือกับคนช่างติ

0

ไม่มีใครที่ชอบถูกวิจารณ์ แต่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผู้คนมาตำหนิเราด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่เราชอบติเตียนพวกเขา พวกเขาอาจรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองและอยากจะระบายออก หรือพวกเขาอาจคิดว่า การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ถูกวิจารณ์ ก็เป็นได้

นี่คือ 7 วิธีรับมือกับคนที่เข้ามาตำหนิและวิจารณ์คุณ

1.ตระหนักรู้ว่าคุณจะอยู่ในโหมดป้องกันตัวเองทันทีที่ถูกวิจารณ์

อย่าเพิ่งรีบตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามกลับไป ให้หายใจเข้า-ออกลึก สงบสติอารมณ์ไว้ก่อน

2.ตั้งใจฟังเพื่อทำความเข้าใจเท่านั้น

ฟังว่าอะไรที่คุณพอจะเห็นด้วยได้บ้าง อย่าเพิ่งโต้แย้งหรือแก้ตัวเด็ดขาด

3.ถามกลับในเรื่องที่คุณไม่เข้าใจ

หรือถามสาเหตุที่เฉพาะเจาะจงว่า อีกฝ่ายไม่พอใจคุณเรื่องอะไรกันแน่

4.ค้นหาสิ่งที่คุณเห็นด้วย

หรือถึงแม้คุณจะไม่เห็นด้วยเลย ก็บอกกลับไปก่อนว่า ขอบคุณที่อีกฝ่ายเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริง แล้วคุณจะลองนำเรื่องนี้ไปคิดต่อ

5.ขออภัยในส่วนของคุณ

มันจะบ่งบอกว่า คุณพร้อมจะรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่หลบเลี่ยง

6.ขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน

ถ้าคุณถูกตำหนิอย่างหนัก ก็บอกอีกฝ่ายไปว่า คุณพร้อมจะรับฟัง แต่จะต้องเข้าหาคุณด้วยการให้เกียรติมากกว่านี้

7.แต่ถ้าคุณโกรธจัดและไม่พร้อมจะรับฟัง

ก็บอกไปเลยว่า คุณยังไม่พร้อมจะฟังตอนนี้ ขอนัดเป็นวันหลังเพื่อคุยเรื่องนี้ต่อ

5 สิ่งที่คนจิตใจเข้มแข็งรู้

0

 

1.การมีจิตใจที่เข้มแข็งไม่ได้เกี่ยวกับการกระทำที่ยากลำบาก

คุณไม่จำเป็นต้องกลายเป็นหุ่นยนต์หรือดูเหมือนไม่มีหัวจิตหัวใจ คุณแค่ต้องเลือกทำตามสิ่งที่คุณยึดถือเท่านั้น

2. ความแข็งแกร่งทางจิตไม่ได้หมายถึงให้เพิกเฉยอารมณ์ของตัวเอง

คุณไม่จำเป็นต้องระงับอารมณ์เอาไว้ แค่คุณรับรู้อยู่เสมอว่า ตอนนี้คุณอยู่ในอารมณ์ไหน และหาทางจัดการกับมัน

3. การมีจิตใจที่เข้มแข็งไม่ได้หมายความว่าการห้ามพึ่งคนอื่น

ความแข็งแกร่งทางจิตไม่ได้เกี่ยวกับการประกาศว่าคุณไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร การยอมรับว่าคุณแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ก็ถือเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมที่จะเติบโตขึ้นอีกขั้น

4. การมีจิตใจที่เข้มแข็งไม่เกี่ยวกับการคิดเชิงบวก

การคิดความคิดในเชิงบวกมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้เช่นเดียวกับการคิดความคิดเชิงลบมากเกินไป ความแข็งแกร่งทางจิตเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคิดบนพื้นฐานความเป็นจริงและมีเหตุผล

5. การพัฒนาความแข็งแรงของจิตใจไม่ได้เกี่ยวกับการไล่ล่าความสุข

การมีจิตใจที่แข็งแรงจะช่วยให้คุณพอใจในชีวิตมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึง การที่ตื่นขึ้นมาแล้วพยายามบังคับตัวเองให้รู้สึกมีความสุข แต่เป็นการตัดสินใจที่จะเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

Photo by Stephen Leonardi on Unsplash

3 ขั้นตอนทำสิ่งเล็กๆให้เกิดผลยิ่งใหญ่

0

มีสุภาษิตจีนที่รู้จักกันดีว่า “หนทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก”

แต่คนจำนวนมากยังไม่เคยแม้แต่จะเริ่มต้นการเดินทางเพื่อไปยังจุดหมายที่เขาต้องการ

ทำไมพวกเขากลัวที่จะเริ่มก้าวแรก อาจเป็นเพราะเป้าหมายดูไกลเกินเอื้อม

แถมยังมีสิ่งที่ต้องทำมากมายและเส้นทางที่ต้องเดินก็ยังไม่ชัดเจน

หรืออาจเป็นเพราะพวกเขาติดอยู่กับความต้องการที่จะได้ผลลัพธ์ทันที แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายระยะยาว

แต่ความจริงคือ พวกเขารู้ว่า เป้าหมายเหล่านี้ ไม่มีทางสำเร็จได้ภายในวันเดียว

หนทางเดียวที่คุณจะประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่ใหญ่พอจะเปลี่ยนชีวิตคุณ

– คือการก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องในทิศทางที่คุณฝันไว้

วันนี้มีกลยุทธ์ 3 ข้อที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นก้าวแรกได้

1. ใช้กฎของ 5

กฎของ 5 บอกว่าทุกวัน คุณต้องทำ 5 สิ่งที่จะทำให้คุณเข้าใกล้เป้าหมาย

ไม่สำคัญว่าสิ่งเหล่านี้จะมีขนาดเล็กเพียงใด

ตัวอย่างเช่น

1.1หากคุณกำลังทำธุรกิจ ให้ทำ 5 สิ่งในแต่ละวันที่จะช่วยปรับปรุงธุรกิจ หรือทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต เช่น

ยิงโฆษณาFacebook

โทรหาลูกค้า

สร้างคู่มือการทำงานสำหรับพนังงาน

โพสต์บางสิ่งลงในโซเชียลมีเดีย

1.2หากคุณต้องการได้รับการโปรโมทในที่ทำงาน ก็ให้ทำ 5 สิ่งที่จะทำให้คุณได้รับโอกาสมากขึ้น เช่น

อุทิศเวลาหนึ่งชั่วโมงในการเรียนรู้ทักษะใหม่

ลงทะเบียนเพื่อรับการฝึกอบรมฟรี

เขียนแผนการประชุมครั้งต่อไป

พาเพื่อนร่วมงานออกไปทานอาหารกลางวันและขอคำแนะนำในการทำงาน

ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นอย่างไร การทำห้าขั้นตอนเพื่อไปถึงเป้าหมายในแต่ละวัน

ในที่สุดจะทำให้เกิดความก้าวหน้าครั้งใหญ่และบ่อยครั้งจะสำเร็จเร็วกว่าที่คุณคาดคิด

2. เชื่อมโยงนิสัยและพฤติกรรมใหม่เข้ากับการกระทำที่มีอยู่

เคล็ดลับที่สองคือ มองหาวิธีง่ายๆที่คุณสามารถเชื่อมโยงพฤติกรรมและพฤติกรรมใหม่ ๆ ในเชิงบวกกับสิ่งที่คุณทำอยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่นหากคุณต้องการเริ่มออกกำลังกายให้มากขึ้นทำท่าสคอวท 10 ครั้ง ทุกครั้งหลังทานข้าว

ในหนึ่งวัน คุณก็จะได้ทำท่าสคอวทอย่างน้อย 30 ครั้ง

หรือคุณสามารถเชื่อมโยงการดื่มน้ำ 1 แก้ว ทุกครั้งที่คุณไปห้องน้ำ

หรือแทนที่จะขับรถไปทำงาน บางทีคุณอาจใช้รถไฟฟ้าแทน เมื่อมีโอกาสควรใช้บันได แทนการใช้ลิฟท์ด้วย

พยายามทำให้เรื่องเล็กๆเหล่านี้ อยู่ในชีวิตประจำวันของคุณ แล้วจะรู้สึกว่า ทำมันง่ายขึ้นเรื่อยๆ

3. ติดตามความคืบหน้าของคุณ

เคล็ดลับข้อสุดท้ายคือ การติดตามกิจกรรมและตรวจสอบความคืบหน้าของตัวคุณเองเป็นประจำ

ในช่วงแรกอาจจะรู้สึกเหมือนก้าวหน้าช้า แต่เมื่อติดตามผลไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์ คุณจะยิ่งมีกำลังใจอยากทำต่อมากขึ้น

จุดมุ่งหมายของคุณคืออะไร แล้วคุณพร้อมที่จะเริ่มก้าวเล็กๆที่จะมุ่งสู่เป้าหมายของปี 2019 แล้วหรือยัง?

 

3 ของขวัญที่ทุกคนควรได้รับในปีนี้

0

1. เวลา

เวลาที่จะได้อยู่คนเดียว เวลาอยู่เงียบๆไม่ต้องทำอะไรเลย

ในทางปฏิบัติเราอาจจะนั่งนิ่งนานๆไม่ได้ ในการศึกษาหนึ่ง นักวิจัยให้อาสาสมัคร นั่งเงียบ ๆ 15 นาที

หรือเลือกกดปุ่มที่จะทำให้พวกเขาถูกไฟฟ้าอ่อนๆช็อต

ผลกลับพบว่า ผู้ชาย 2ใน 3และผู้หญิง 1ใน 4 เลือกที่จะทรมานตนเองมากกว่านั่งอยู่กับความคิดของพวกเขา

หากคุณตัดสินใจที่จะให้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างน้อย 10 นาที ก็ต้องไม่ทำอะไรจริง

อย่าเผลอไปเล่นอินเตอร์เน็ต ดูโทรทัศน์ หรือฟังเพลง

ช่วงแรกคุณอาจรู้สึกไม่สบายใจ แต่เมื่อนั่งไปสักพัก คุณจะได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริง

2. การมีข้าวของให้น้อยลง

เวลาจะเลือกซื้อของก็ให้ซื้ออันที่ชอบหรือได้ใช้ประโยชน์จริง เรียกได้ว่า ของไม่ต้องเยอะ แต่คุณภาพมาเน้นๆ

เมื่อทำได้ คุณก็จะเหลือพื้นที่บ้านที่กว้างขึ้น ทำให้จิตใจรู้สึกโปร่งโล่งตามไปด้วย

3. การยอมรับและให้อภัยตัวเอง

มาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการ

1) ยอมรับข้อดีและข้อเสียของตัวคุณเอง ยอมรับตัวเองในแบบที่คุณเป็น เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

2)ให้อภัยตัวเองทุกเรื่องที่เคยทำผิดพลาด เลิกโทษตัวเองกับทุกเหตุการณ์

ของขวัญ3 อย่างที่ไม่ใช่สิ่งของ แต่คือ เวลาส่วนตัว การมีข้าวของน้อยลง และการยอมรับตัวเอง

ให้สิ่งเหล่านี้กับตัวเองเสมอ มันอาจจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณเคยให้กับตัวเองก็ได้

 

3 ทรงผม ทำเองง่ายๆไม่ง้อช่าง สำหรับไปปาร์ตี้

0

ในช่วงสิ้นปีแบบนี้ สาวๆหลายคนก็มักได้รับเชิญให้ไปปาร์ตี้หลายงาน ถ้าคุณยุ่งมากซะจน ไม่ว่างไปร้านทำผมซะทุกครั้ง วันนี้เรามาแนะนำ 3 ทรงผม ทำเองง่ายๆไม่ง้อช่าง สำหรับไปปาร์ตี้

1.The Sleek Pony ทรงหางม้าแบบเนี้ยบๆ ทำเสร็จใน 2นาที

สเปรย์ผมลงบนแปรง จากนั้นแปรงผมขึ้นและลงเพื่อเพิ่มความสูง

มัดผมสูงตามรูป แล้วปิดท้ายโดยใช้ออยล์ทาบนผมหางม้าเพื่อเพิ่มความเงางาม

2.The Low-Lift Chignon ทรงผมมวยต่ำแบบเกร๋ๆ ทำเสร็จใน 5นาที

การทำทรงนี้คุณสามารถคว้ากิ๊บหรือตัวหนีบอะไรมาใช้ก็ได้ โดยไม่ต้องแคร์ว่าต้องหรูหราแค่ไหน

เริ่มจากรวบผมตรงกลาง โดยปล่อยปอยผมซ้าย และขวาเล็กน้อย เพื่อให้ได้ลุคที่ดูทันสมัย

หมุนผมที่รวบไว้ให้เป็นมวย แล้วใช้กิ๊บหนีบไว้ จากนั้นฉีดสเปรย์เล็กน้อย เพื่อให้อยู่ทรง

หากอยากให้ดูเฉี่ยว อาจใช้ที่หนีบผมที่ปอยผม 2 ข้าง ให้เรียบตรงขึ้น

3.The High Bun ทรงมวยสูง ทำเสร็จใน 15นาที

ผมหยิกเล็กน้อย จะทำให้ทำทรงนี้ยิ่งดูสวย หากคุณมีผมตรงอยู่ ให้ใช้มูสทาที่ผม

จากนั้นแปรงผมแบ่งผมออกตรงกลาง ปล่อยปอยผมด้านหน้าเล็กน้อย แล้วรวบผมเป็นหางม้าสูง

จากนั้นม้วนเป็นมวยแล้วยึดไว้ด้วยกิ๊บ

นำผมบางส่วนพันรอบฐานมวยแล้วยึดไว้ด้วยกิ๊บอีกครั้ง

ใช้มือหมุนปอยผมขณะไดร์ผมไปด้วย  ก็จะได้ปอยผมหยิกเล็กๆ กำลังน่ารัก

 

Resource : intothegloss.com

 

 

คุณกำลังถูกกัดกินด้วยความคิดลบๆรึป่าว

0

คุณกำลังถูกกัดกินด้วยความคิดลบๆรึป่าว

คุณมักจะพูดกับตัวเองว่า

“ฉันนี่มันอ้วนจริงๆ”  หรือ “ทำไมฉันดูแก่จัง”

หรือ คุณมักจะบอกตัวเองอย่างมั่นใจว่า “ฉันนี่มันดูดีสุดๆ”

กระจกไม่ได้สะท้อนแค่สิ่งที่ตามองเห็น แต่ยังสะท้อนไปถึงความคิดจิตใจของเรา

 

ลองฟังเสียงความคิดของคุณ

คอยสังเกตดูว่ามันมักจะเป็นความคิดลบๆรึป่าว

เพราะบางครั้งเราก็เผลอปล่อยให้ความคิดเหล่านี้  วนเวียนอยู่ในหัว

แต่หากรู้ตัว ว่ากำลังคิดลบ ก็ยังไม่สายเกินไป

ที่จะจับความคิดเหล่านั้น แล้วเปลี่ยนไปในทางที่ส่งเสริมพลังแก่คุณ

 

ชีวิตเราอยู่ที่การเลือก

เลือกที่จะเป็นในสิ่งที่อยากเป็น

ถ้าตั้งใจจริง การเปลี่ยนความคิดที่คอยบั่นทอนจิตใจ มาเป็นความคิดด้านบวกที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

error: Content is protected !!