Home Blog Page 6

เลเซอร์ลบรอยสัก ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

0
เลเซอร์ลบรอยสัก
เลเซอร์ลบรอยสัก

#เลเซอร์ลบรอยสัก ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

ขึ้นอยู่กับว่า สักด้วยสีอะไร สักโดยช่างมืออาชีพหรือสมัครเล่น

สีดำจะเป็นสีที่ลบออกง่ายที่สุด

ส่วนการสักด้วยช่างมืออาชีพ เนื้อสีจะฝังแน่น

ทำให้ต้องทำเลเซอร์จำนวนครั้งมากกว่า การสักด้วยมือสมัครเล่น

.

#เลเซอร์ลบรอยสัก

รอยสักสีดำ  ใช้ QS Nd:YAG 1064 หรือ Picosecond Nd:YAG

สีดำเป็นสีที่ดูดซับพลังงานจากแสงเลเซอรืได้มากที่สุด จึงตอบสนองต่อการรักษามากที่สุด

รอยสักสีแดง ต้องใช้แสงสีเขียวของ QS Nd:YAG 532

รอยสักสีเขียว ต้องใข้แสงสีแดงชนิด Alexandrite หรือ Ruby

.

การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ต้องทำหลายครั้ง ประมาณ 6-12 ครั้ง ห่างกัน4-8 สัปดาห์

โดยแต่ละครั้ง รอยสักจะค่อยๆจางลง จนสุดท้ายอาจจางหมด หรือเหลือรอยจางๆบ้าง

หากเป็นรอยสักสีดำ โอกาสที่สีเกลี้ยงหมด จะมากกว่า สีอื่นๆ

.

การลบรอยสักนั้น ยุ่งยาก และต้องใช้ระยะเวลานาน

ส่วนใหญ่มักจะไม่หายหมด 100%

เพราะฉะนั้น ใครที่คิดจะสัก ต้องคิดให้ดีๆก่อนสักนะค้า

.

หมอฝ้าย

7 เรื่องต้องรู้ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน .

0
เลเซอร์กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขน

 

1.การกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์ จะทำให้ขนไม่ขึ้นได้ในระยะยาว ประมาณ 1-3 ปี ไม่ใช่ตลอดชีวิต
.
2.ไม่ควรถอนหรือแวกซ์ ในช่วงก่อนทำ2-4สัปดาห์ เพราะจะทำให้ไม่มีเม็ดสีที่รากขนไว้ดูดแสงเลเซอร์
.
3.ให้เล็มขนเหลือยาว ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ก่อนทำเลเซอร์
เพราะหากเหลือไว้ยาวกว่านี้ จะทำให้แสงเลเซอร์ลงไม่ถึงรากขนที่ต้องการทำลาย และเสี่ยงต่อผิวไหม้ด้านบนด้วย
.
4.หากยิงด้วยเครื่อง long-pulsed Nd:YAG ถ้ายิงด้วยพลังงานที่เหมาะสม
จะเห็นลักษณะตอเส้นขนสลายไปทันที แล้วตามด้วยรอยแดง และบวมรอบรูขุมขน
ถ้าเจอลักษณะนี้ไม่ต้องตกใจ ประมาณ 1-3 ชั่วโมงก็ยุบหมดเอง
.
5.การกำจัดขนด้วยเลเซอร์
ควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 6-8ครั้ง ห่างกันทุก 4-8 สัปดาห์
โดยเส้นขนที่กลับขึ้นใหม่ จะพบว่ามีขนาดเล็กลง และสีอ่อนลง
.
6.หลังทำ หากมีอาการแสบร้อน ควรประคบด้วยเจลเย็นทันที
.
7.ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดด บริเวณที่ทำการกำจัดขนด้วย
จะได้ไม่เกิดรอยดำคล้ำตามมา
.
หมอฝ้าย

เคล็ดลับหน้าเด็ก#43 ทานผักครบ7สี

0
หน้าเด็กด้วยการทานผัก7สี
หน้าเด็กด้วยการทานผัก7สี

เคล็ดลับหน้าเด็ก#43 ทานผักครบ7สี

🌱ผักแต่ละสีนั้น ก็ให้สารอาหารแตกต่างกัน

ยิ่งทานได้หลายสีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้สารอาหารหลากหลายมากเท่านั้น

🍒ผักผลไม้สีแดง :

พริกหยวกแดง ราสพ์เบอร์รี่ แตงโม องุ่นแดง หัวบีท

ประโยชน์ :

ป้องกันมะเร็ง ลดความเสี่ยงเป็นเบาหวานและโรคหัวใจ

และทำให้ผิวสวย

🍋ผักผลไม้สีส้มและเหลือง :

ส้ม มันหวาน พริกหยวกส้มหรือเหลือง

ประโยชน์ :

เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

บำรุงสายตา

🥦ผักสีเขียว :

บร็อคเคอลี่ เคล ผักโขม

ประโยชน์ :

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ดีท็อกซ์สารพิษ

เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย

🍠ผักและผลไม้สีน้ำเงินและม่วง :

บลูเบอร์รี่ ผักกาดม่วง มะเขือม่วง พรุน ลูกฟิก

ประโยชน์ :

ต่อต้านมะเร็ง และลดการอักเสบ

🥔ผักสีขาวและน้ำตาล :

กะหล่ำปลี กระเทียม มันฝรั่ง

ประโยชน์ :

ป้องกันการเกิดมะเร็ง บำรุงสุขภาพหัวใจ

ทำให้กระดูกแข็งแรง

เลเซอร์คืออะไร ใช้รักษาอะไรได้บ้าง

0
เลเซอร์คืออะไร
เลเซอร์คืออะไร

เลเซอร์ (LASER) มาจากคำว่า Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation

คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • มีความยาวคลื่นเดียว
  • แสงที่ปล่อยออกมา เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  • ลำแสงเดินทางขนานกัน
  • มีความเข้มสูง

.

หลักการทำงานของเลเซอร์คือ

  • เลเซอร์มีลักษณะเป็นลำแสง มีจุดโฟกัสแม่นยำ จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อเป้าหมายที่จำเพาะเจาะจง

กับชนิดของเลเซอร์นั้นๆ เช่น เม็ดสีเมลานิน ฮีโมโกลบิน หรือน้ำ

.

ในทางการรักษาด้านผิวหนัง แบ่งเลเซอร์ออกเป็นประเภทคร่าวๆได้แก่

  1. เลเซอร์ลดรอยดำ ลบรอยสัก

เช่น Q-switched Nd:YAG , Picosecond Nd:YAG

  1. เลเซอร์กำจัดขน

เช่น Long-pulsed Nd:YAQ

  1. เลเซอร์หน้าใส รักษาหลุมสิว แบ่งย่อยได้ 3 กลุ่มคือ
  • เลเซอร์ปรับสภาพผิวชนิดมีแผล
  • เลเซอร์ปรับสภาพผิวชนิดไม่มีแผล
  • เลเซอร์ปรับสภาพผิวเป็นส่วนๆ

.

อ่านต่อ –>

.

หมอฝ้าย

5 วิธีรักษาผิวแพ้ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ

0
รักษาอาการผิวแพ้ง่าย
รักษาอาการผิวแพ้ง่าย

เพื่อนๆเคยเป็นมั๊ยคะ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกแสบผิวหน้า หน้าดูแดง แห้งมากๆ

วันนี้หมอขอเสนอ 5 วิธีรักษาผิวแพ้ด้วยตัวเองอย่างง่ายๆกันค่ะ

1.ลองหาสาเหตุว่าผิวเราแพ้จากอะไร

ถ้าสงสัยว่า เกิดจากการใส่แมส  ให้เปลี่ยนแมสทุกวัน

เมื่ออยู่ในที่โล่ง หรืออยู่คนเดียว สามารถถอดหน้ากากออกเป็นระยะๆได้

หากแบบละเอียดได้ที่ หัวข้อ “ไม่อยากใส่แมสแล้วสิวขึ้นตัองอ่าน” ที่นี่ค่ะ

หรือจากการเจอฝุ่น ก็ต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะไปก่อน

.

2.เกิดจากหน้าแห้งมากๆ

ช่วงนี้อากาศบ้านเราเริ่มเย็นลง ใครที่หน้าแห้งอยู่แล้ว

ก็ยิ่งแห้งหนักกว่าเดิม

อย่างนี้ต้องยิ่งเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นพิเศษ

ตั้งแต่ ใช้ครีมเนื้อเข้มข้น หรือออยล์บำรุงผิว

ดื่มน้ำมากกว่า 2.5ลิตรต่อวัน

รักษาความชื้นในห้องให้ดี เช่น การใส่ตัวสร้างไอน้ำในห้อง และไปปรับแอร์ให้เย็นเกินไป

.

3.หากสงสัยว่า หน้าแพ้จาก ครีมตัวใหม่ แชมพูยี่ห้อใหม่

ให้หยุดใช้ทันที ให้กลับไปใช้ครีมหรือแชมพูสูตรอ่อนโยน

หรือยี่ห้อที่เราเคยใช้แล้วไม่แพ้ก่อนค่ะ

.

4.ล้างแปรงแต่งหน้าบ้าง

สาวๆหลายคนอาจละเลยข้อนี้ แต่ห้ามประมาทเลยนะคะ

ตัวแป้งที่สะสมที่แปรงแต่งหน้าเราทุกวัน

ครีมรองพื้นที่หมักหมมอยู่ที่ฟองน้ำแต่งหน้า

พวกนี้หากใช้ซ้ำๆต่อเนื่อง ก็จะไปทำให้ผิวเราอุดตัน

และเสี่ยงต่อการแพ้ได้

ทางที่ดีควรล้างแปรงและฟองน้ำแต่งหน้า

อย่างน้อย สัปดาห์ละครั้งค่ะ

.

5.ซักปลอกหมอน ปลอกหมอนข้าง

ปลอกหมอน เป็นสิ่งที่สัมผัสกับใบหน้าเราทุกคืน

มีทั้งเหงื่อ ครีม ที่สะสมอยู่

ดังนั้น ควรนำไปซักทำความสะอาดบ้างนะคะ

อย่างน้อย เดือนละครั้งค่า

.

จบไปแล้วกับ5วิธีดูแลตัวเอง เมื่อผิวแพ้

หากทำแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น

แนะนำให้ไปพบคุณหมอผิวหนัง เพื่อรักษาต่อนะคะ

.

หมอฝ้าย

ทำคีเลชั่นดีมั๊ย จำเป็นต้องทำรึป่าว

0

ตอนนี้กระแสแอนไทเอจจิ้ง หรือวิธีการชะลอวัยต่างๆ กำลังมาแรง

คีเลชั่นก็เป็น หนึ่งในนั้น ที่มีการอ้างว่า ช่วยชะลอวัยได้

ก่อนไปดูว่า แล้วเราจำเป็นต้องทำมั๊ย

มาดูกันก่อนว่า #คีเลชั่นคืออะไร

คีเลชั่นคือ เป็นการใช้สารที่มีความสามารถในการจับและล้างพิษโลหะหนัก

เช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู ออกจากร่างกาย

โดยปกติ ผู้ที่มีสารเหล่านี้ในร่างกายสูงมากๆ จะเป็นคนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนในคนทั่วไป เราจะได้รับสารโลหะหนักเหล่านี้ ปนเปื้อนมากับของกิน ของใช้ และ มลพิษต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น

ตะกั่วจะปนมากับ : ควันท่อไอเสีย สีทาบ้าน

ปรอทจะปนมากับ : อาหารทะเล น้ำยาล้างห้องน้ำ

สารหนูจะปนมากับ : ยาฆ่าแมลง ข้าว

เมื่อสารเหล่านี้ ค่อยๆสะสมในร่างกาย จนถึงระดับหนึ่ง

ก็จะไปทำให้ระบบในร่างกายรัว โดยแสดงอาการตั้งแต่

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีสมาธิ
  • ผิวพรรณไม่สดใส มีสิว ฝ้า ผิวแพ้ง่าย
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อและกระดูก
  • มีกลื่นปาก กลิ่นตัวแรง
  • ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อม เสื่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

#ทำคีเลชั่นแล้วดียังไง

  • ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
  • ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น ลดปัญหาสิวฝ้าเรื้อรัง
  • ลดโอกาสเกิดมะเร็ง
  • ช่วยให้สมองแจ่มใส ช่วยให้ความจำดี มีสมาธิดีขึ้น
  • เพิ่มภูมิคุ้มกัน มีพละกำลังดีขึ้น หายจากอาการอ่อนเพลีย

#เราควรทำคีเลชั่นหรือไม่

ก่อนการทำคีเลชั่นทุกครั้ง คุณหมอจะเป็นคนซักประวัติ ตรวจร่างกาย

เพื่อดูว่า มีอาการที่บ่งบอกถึงการมีโลหะหนักในร่างกายสูงหรือไม่

รวมถึงการตรวจค่าโลหะหนักทั้งในปัสสาวะหรือในเนื้อเยื่อ

หากพบว่า อาการเข้าข่าย และมีค่าโลหะหนักสูงจริง

ก็จะแนะนำให้ทำคีเลชั่นค่ะ

#ควรทำคีเลชั่นกี่ครั้ง

การทำคีเลชั่นจะทำเป็นรอบๆ ในช่วงแรกจะทำถี่หน่อย ประมาณอาทิตย์ละ1-2ครั้ง

แล้วจากนั้น ค่อยขยับให้ห่างขึ้น อาจเป็นเดือนละครั้ง

รวมทั้งหมด10-30ครั้ง ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ และปริมาณโลหะหนักที่สะสมอยู่ก่อน

.

นอกจากการทำคีเลชั่นเพื่อช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกายแล้ว

การเลือกทานอาหารที่สะอาด เป็นออร์แกนิค

หลีกเลี่ยงแหล่งที่มาของโลหะหนักต่างๆ

ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการสะสมของโลหะหนักต่อไปด้วยนะคะ

.

หมอฝ้าย

เคล็ดลับหน้าเด็ก#42 ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน

0
หน้าเด็กด้วยการล้าเครื่องสำอางก่อนนอน
หน้าเด็กด้วยการล้าเครื่องสำอางก่อนนอน

เคล็ดลับหน้าเด็ก#42 ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน

🌟การล้างเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดหมดจด

ก่อนเข้านอนนั้น จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำร้าย

และดูแก่ก่อนวัย

💥ในช่วงระหว่างวันนั้น นอกจากโลชั่น และเมคอัพ

ที่เราทาลงบนใบหน้า เราก็ยังต้องเจอกับสารพัด

สิ่งแปลกปลอม ทั้ง ฝุ่น ควัน ละอองเกสรดอกไม้

ควันบุหรี่ ซึ่งถ้าเรานอนไปโดยไม่ล้างหน้า

ก็จะทำให้สิ่งเหล่านี้ ทำร้ายผิวของเราอย่างต่อเนื่อง

🖇การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เลือกตามสภาพผิว

หากเป็นคนผิวแพ้ง่าย ให้หลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าที่

มีส่วนประกอบของ เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์สูง

เพราะจะยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองและแห้งได้

🔍คนส่วนใหญ่นั้น เหมาะกับโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน

และไม่ผสมแอลกอฮอล์

🤗ขั้นตอนการล้างหน้าที่เหมาะสม คือให้ล้างหน้าด้วยน้ำ

ค่อนข้างอุ่น จากนั้นวนโฟมล้างหน้าทั่วหน้าอย่างเบามือ

ไม่ต้องออกแรงขัดหรือใช้ฟองน้ำใดๆ

จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อกระชับรูขุมขน

แล้วปิดท้ายด้วยการใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆค่อยๆซับหน้าให้แห้ง

5 วิธีสุดฮิตเปลี่ยนหน้ามีหลุมสิว เป็นหน้าใส

0
วิธีรักษาหลุมสิว
วิธีรักษาหลุมสิว

#หลุมสิวคืออะไร

หลุมสิว คือ แผลเป็นจากสิวที่เกิดการอักเสบลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวยุบตัว

เกิดเป็นลักษณะผิวเป็นหลุม ดูขรุขระ ไม่เรียบเนียน

หลุมสิวแบบที่ตื้นและมีปากหลุมกว้าง จะรักษาได้ง่ายกว่า หลุมสิวแบบลึกและมีปากแคบ

5 วิธีรักษาหลุมสิวสุดฮิต มีตั้งแต่

1.การทายาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์วิตามินเอ

การทายาจะช่วยในกลุ่มหลุมสิวตื้นๆที่เป็นไม่มาก

.

2.ลอกผิวชั้นบนด้วยกรดผลไม้

วิธีนี้ใช้กับหลุมชนิดตื้น จะได้ผลดีมาก

.

3.เติมรอยหลุมด้วยฟิลเลอร์

ข้อดีของวิธีนี้ คือใช้เวลาทำไม่นาน ผลลัพธ์ดูเนียนเป็นธรรชาติ

ส่วนข้อเสียก็คือ ต้องเติมอยู่เรื่อยๆ

เพราะฟิลเลอร์จะสลายไปเอง ใน 4-6 เดือนค่า

.

4.การทำsubcision คือ การใช้เข็มเข้าไปตัดพังผืดใต้หลุมสิว

วิธีได้ผลดีมาก แต่ต้องทนเจ็บกันหน่อยนะคะ

โดยปกติแล้ว คุณหมอมักจะแปะยาชาให้ก่อนทำเสมอค่ะ

หลังทำ จะมีอาการบวมช้ำได้ มากน้อยแล้วแต่คนค่า

.

5.การใช้เลเซอร์รักษาหลุมสิว

โดยเลเซอร์ที่เหมาะกับการนำมารักษาหลุมสิว ก็คือ

เลเซอร์กลุ่มที่ทำให้เกิดแผลบางส่วน หรือ แฟรคชันนัลเลเซอร์ (Fractional laser)นั่นเอง

ตัวเลเซอร์ชนิดนี้ จะปล่อยพลังงานความร้อน ลงไปที่ชั้นผิวเฉพาะส่วน โดยไม่มีผลทำลายผิวรอบๆ

และเกิดการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และการเรียงตัวของคอลลาเจนที่ดีขึ้น

จึงทำให้ได้ผลหลุมสิวตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ

.

ข้อดีของวิธีนี้ คือ

ได้ผลกับหลุมสิวชนิดลึกมากกว่าวิธีอื่น

ส่วนข้อเสียคือ

  • มีราคาค่อนข้างสูง
  • ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง อย่างต่ำ 5 ครั้ง ทำต่อเนื่องเดือนละครั้ง จะเริ่มเห็นผลชัดเจน

.

รู้จักวิธีรักษาหลุมสิวกันแล้ว

ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดใช่มั๊ยคะ

ทุกวิธีได้ผลหมด เพียงแต่ต้องอาศัยระยะเวลา และความอดทนค่ะ

แล้วเพื่อนๆเคยใช้วิธีไหนกันบ้าง ได้ผลยังไง

commentบอกกันหน่อยนะคะ

.

หมอฝ้าย

ภูมิแพ้อาหารแฝงคืออะไร ทำไมต้องตรวจ

0

ภูมิแพ้อาหารแฝงคืออะไร ทำไมต้องตรวจ
.
คนส่วนใหญ่มักจะรู้จัก ภาวะภูมิแพ้อาหารเฉียบพลัน
ซึ่งพอทานอะไรบางอย่างที่แพ้ เช่น กุ้ง
ก็จะมีอาการผิดปกติเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
ผื่นขึ้นตามตัว หน้าบวม ปากบวม
หายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น
.
ส่วนภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง ต่างจากภูมิแพ้อาหารเฉียบพลัน
ตรงที่ อาการต่างๆจะไม่ได้ชัดเจนแบบนั้น
แต่จะทำให้เซลล์ของเราเสื่อม
แล้วแสดงอาการ ดังนี้
.
• อาการทางระบบประสาท ได้แก่ ไมเกรน ซึมเศร้า ปวดหัวบ่อย
• อาการทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ หอบหืด ไซนัสอักเสบ
• อาการทางกล้ามเนื้อ ได้แก่ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ บวมน้ำง่าย
• อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ จุกเสียด ท้องผูก ท้องร่วง น้ำหนักเพิ่มโดยไม่ทราบสาเหตุ
• อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่นแดง ผื่นคัน ลมพิษ สิวอักเสบเรื้อรัง
.
โดยมีอาการต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน
.
ปัจจุบันมีการตรวจชนิดของอาหารที่ทำให้แพ้แฝง ได้มากกว่า 200ชนิด
โดยกลุ่มที่คนไทย ตรวจพบว่า มีการแพ้แฝงบ่อย
คือ นมวัว ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว ไข่ขาว ไข่แดง
.
#ค่าตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง
การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง มีค่าใช้จ่าย
ครั้งละประมาณ 20,000 บาท
.
หลังจากเจาะเลือดไป 1 สัปดาห์
จะมีคุณหมอช่วยอ่านผลให้
ว่าควรงดทานอาหารกลุ่มไหนบ้าง
.
ผลที่ได้รับ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้
1.กลุ่มอาหารสีแดง คือมีภาวะแพ้แฝงสูง
ควรงดทาน 3-6 เดือน
.
2.กลุ่มอาหารสีเหลือง คือมีภาวะแพ้แฝงต่ำ
ควรลดปริมาณการทาน
ทานได้ประมาณ 1 ครั้งต่อสัปดาห์
.
3.กลุ่มอาหารสีเขียว คือไม่มีภาวะแพ้
คือทานได้ตลอด ไม่มีปัญหา
.
#ทำไมถึงต้องตรวจภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง
แม้ว่าอาการของภาวะนี้ จะไม่ได้รุนแรงถึงแก่ชีวิต
แต่มักเป็นอาการที่เรื้อรัง หาสาเหตุจากอย่างอื่นไม่ได้
ก่อความรำคาญในการดำเนินชีวิต
บางคนก็เสียเงินเสียทองไปรักษาด้วยวิธีต่างๆ
ก็ยังไม่หายซะที
.
หากเมื่อเราทราบผลตรวจแล้ว
การงดอาหารที่แพ้ในระยะเวลาหนึ่ง
ก็ทำให้อาการต่างๆดีขึ้นได้
เรียกได้ว่า ได้สุขภาพที่ดีขึ้น แบบฟรีๆเลยล่ะค่า
.
หากใครยังไม่พร้อมตรวจจริงๆ
การสังเกตอาการตัวเองหลังทานอาหาร
เช่น ทานถั่วลันเตาทีไร ท้องอืดทุกที
ก็ทำให้เราทราบคร่าวๆได้ว่า
อาจจะมีภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงได้ค่ะ
.
หมอฝ้าย

ทำ PRP ดีไหม PRPคืออะไร ข้อดีข้อเสียของการฉีดPRP

0
การฉีดPRP
การฉีดPRP

PRPนั้น ถูกใช้ในวงการความงามมาหลายปีแล้ว

แต่บางคนอาจยังไม่รู้ว่า PRP คืออะไรกันแน่ มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง แล้วควรทำดีไหม

อยากรู้อ่านต่อเลยค่า

.

PRP ย่อมาจากคำว่า Platelet-Rich Plasma

ซึ่งได้มาจากการเอาเลือดของเราไปปั่นให้แยกชั้น

จากนั้นก็จะนำส่วนที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น กลับมาฉีดที่ผิวของเรา

———————————————————————–

#PRPดียังไง

เนื่องจากPRP เป็นส่วนที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น

ในเกล็ดเลือดของเราจะมี Growth factorอยู่มาก

Growth factor นั้นมีหลายชนิด

ตั้งแต่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ การสร้างเส้นเลือด

เพิ่มคอลลาเจน ซ่อมแซมผิว

ดังนั้น เราจึงได้รับผลดีของการฉีดPRP ดังนี้

  • ฟื้นฟูบำรุงสภาพเซลล์ผิว
  • กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและคอลาเจน
  • เพิ่มให้ผิวมีความยืดหยุ่น ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน
  • ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
  • ลดรอยดำ รอยแผลเป็นและรอยสิว
  • ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น

นอกจากเรื่องผิว การนำPRP ไปฉีดที่หนังศีรษะ ก็ยังช่วย

  • บำรุงหนังศีรษะ
  • ช่วยให้รากผมแข็งแรง
  • กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม
  • ช่วยให้ผมดกดำ

****ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุ และการดูแลรักษาหลังรับบริการ***

#ข้อดีของPRP คือ

เป็นเลือดของเราเอง จึงมีความปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีการแพ้

#ข้อควรระวังของการฉีดPRP คือ

  • แสบขณะฉีด ป้องกันได้โดยการแปะยาชาก่อนทำ
  • ต้องมีการดูดเลือดก่อนฉีดทุกครั้ง
  • อาจมีบวมช้ำหลังทำ
  • ในคนที่เป็นโรคเลือด จะไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าโรคโลหิตจาง โรคการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

หรือ ในคนไข้ที่กินยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด

.

#ระยะเวลาเห็นผลหลังการทำPRP

ค่อยๆเห็นผลที่ละนิดจากวันที่เริ่มฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 3 เดือน

.

#PRPควรฉีดกี่ครั้ง

ควรฉีดซ้ำ 4-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์

ในบางรายการทำต่อเนื่อง 6 ครั้ง

จะมีผลผิวดูดีขึ้นต่อเนื่อง นานถึง 1 ปี เลยทีเดียว

.

ใครเคยทำPRPแล้วบ้างคะ ผลเป็นยังไงบ้าง

ชอบ/ไม่ชอบยังไง inboxมาคุยกันได้นะคะ

.

หมอฝ้าย

error: Content is protected !!