ตอบทุกคำถามเรื่องฝ้า : ฝ้าคืออะไร สาเหตุการเกิดฝ้า วิธีรักษาฝ้าที่ได้ผลจริง

0
46
4สาเหตุการเกิดฝ้า
4สาเหตุการเกิดฝ้า

 

4#สาเหตุการเกิดฝ้า

1.แสงแดด ทั้งแสงUVA  UVB และแสงที่มองเห็นได้

แสงยูวี จะมีมากในช่วงเวลา 10.00 – 14.00 น. นอกจากจะทำให้ผิวคล้ำดำเสียแล้ว ยังกระตุ้นการเกิดฝ้าอีกด้วย ดังนั้น เราจึงควรหลบแดดในช่วงเวลานี้ และทาครีมกันแดดเป็นประจำค่ะ

  1. ฮอร์โมนเพศหญิง

โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะไปกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมักพบผู้หญิงเป็นฝ้าเพิ่มขึ้น ในช่วงตั้งครรภ์ และช่วงที่ใช้ยาคุมกำเนิด

3.เชื้อชาติและพันธุกรรม

คนเอเชียจะมีความเสี่ยงเป็นฝ้ามากกว่า

รวมถึงคนที่มีคนในครอบครัวเป็นฝ้า ตัวเองก็จะมีความเสี่ยงเป็นฝ้าเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

4.ยาและเครื่องสำอาง

มีการพบว่า ยากันชักบางชนิด และ การแพ้ส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ค่ะดังนั้น ควรเลือกใช้ครีมและเครื่องสำอาง ที่ได้มาตรฐาน จะได้สวยไปนาน ฝ้าไม่ขึ้นค่ะ

ฝ้าเป็นยังไง
ฝ้าเป็นยังไง

ฝ้า หน้าตาแบบไหน

แล้วฝ้ากับกระต่างกันยังไง

.

ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือเทา เกิดจากเซลล์เม็ดสีที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และมีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นด้วย

.

พบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเริ่มเจอตั้งแต่อายุ 30 ขึ้นไป

.

ตำแหน่งที่พบบ่อย คือ หน้าผาก โหนกแก้ม จมูก เหนือริมฝีปาก และคาง มักจะเป็นเท่าๆกันทั้ง 2 ข้าง

.

ฝ้ายังถือเป็นอาการที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ ซึ่งยังมีความเสี่ยงที่กลับเป็นซ้ำได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังการโดนแดด

.

.

แล้ว#ฝ้ากับกระต่างกันยังไง

ลักษณะของกระ จะเป็นจุดเล็กๆ มากกว่าลักษณะปื้น

และอาจเริ่มเห็นตั้งแต่อายุยังน้อย ในกระตื้น

นอกจากนี้ กระส่วนใหญ่ หากทำรักษาด้วยเลเซอร์มักจางลงได้ดีอีกด้วย

.

ในบางคนอาจมีทั้งฝ้าและกระร่วมกัน ทำให้แยกออกจากกันยากค่ะ

.

6วิธีรักษาฝ้า
6วิธีรักษาฝ้า

ไขข้อข้องใจ รวมฮิต 6#วิธีรักษาฝ้า พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย

1.#หลีกเลี่ยงปัจจัยทุกอย่างที่ทำให้เกิดฝ้าก่อน

  • หลบแดด ใช้ครีมกันแดด
  • อ่านวิธีหลบแดดอย่างละเอียดที่
  • อ่านวิธีใช้ครีมกันแดดอย่างละเอียดที่
  • หยุดใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่กระตุ้นฝ้า
  • ทานยาคุมกำเนิด เฉพาะเมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น

.

2.#การใช้ยาทากลุ่มไวท์เทนนิ่ง

2.1 ยากลุ่มmodified Kliqman (จ่ายโดยแพทย์เท่านั้น)

ยากลุ่มนี้ประกอบไปด้วย วิตามินเอ, สเตียรอยด์ และไฮโดรควิโนน

ทาไปแล้ว จะได้ผลฝ้าจางลงเร็วมาก โดยต้องทาปริมาณประมาณ 1 เม็ดถั่วเขียว

บริเวณฝ้า ก่อนนอนเท่านั้น ทาแล้วปิดไฟนอนเลย

ข้อเสียคือ หากใช้ผิดวิธี หรือทาต่อเนื่องนานๆ

ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิม รักษาไม่หาย

2.2ครีมที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง ตามโพสนี้

โดยทั่วไปในครีมจะมีส่วนผสมหลายอย่าง

ต้องดูผลการรักษาทุก 1- 2 สัปดาห์

สังเกตผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น มีอาการแดง หรือผิวบางลงกว่าปกติ

ถ้ามีผลข้างเคียงอาจต้องปรับยา

.

3.#การใช้กรดอ่อนผลัดเซลล์ผิว เช่น glycolic acid

จะได้ผลสำหรับฝ้าชนิดตื้นเท่านั้น

ต้องทำติดต่อกันอย่างน้อย 3- 4 ครั้ง ทุก 2- 4 สัปดาห์

ต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น

ไม่แนะนำให้ทำเอง เพราะมีโอกาสเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงรุนแรง คือ ผิวหนังไหม้และลอกได้

.

4.#การฉีดยาลงบนฝ้าโดยตรง

เช่น Arbutin, Transamine

พบว่าหลังทำ 3-5 ครั้ง ทุกสัปดาห์ ฝ้าจางลงดี

ข้อเสียคือ ต้องทำต่อเนื่อง และอาจมีเจ็บแสบระหว่างทำ

รวมถึงหากโดนแดด หรือหยุดทำนานๆ ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นได้อีก

.

5.#การใช้เลเซอร์

เลเซอร์ตัวที่ได้รับความนิยมในการยิงฝ้า คือ Q- switched Nd:YAG ซึ่งปัจจุบันพบว่า คนไข้หลายราย ทำแล้ว

เกิดรอยด่างขาว ซึ่งรักษายากกว่าตัวฝ้าอีก

ตัวที่ใช้แล้วผลข้างเคียงน้อย ได้แก่

IPL ต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล

Fractional Erbium YAQ ช่วยผลัดเซลล์ผิวด้านบน จึงจัดการกับฝ้าชนิดตื้นได้ดี

และตัวมาใหม่ล่าสุด คือ Picosecond laser

ได้ผลฝ้าจางลงดี และฝ้าใหม่กลับมาช้ากว่าเดิม

ข้อเสียคือ ยังมีราคาสูงอยู่

.

6.#การใช้ยากินtransamine (จ่ายโดยแพทย์เท่านั้น)

ยาทรานซามีน เป็นยาที่ใช้ต้านการสลายลิ่มเลือด

ทานไปแล้ว จะทำให้ฝ้าจางลงได้

อย่างไรก็ตาม ยานี้ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

ห้ามทานต่อเนื่องเกิน 6 เดือน

และไม่ควรใช้ในกลุ่มคนไข้โรคเลือด โรคตับ โรคไต

โรคหัวใจ คนที่มีปัญหาเลือดแข็งตัวง่าย

คนที่มีความเสี่ยงเส้นเลือดดำอุดตัน เป็นต้น

.

สรุป วิธีรักษาฝ้า

1.หลบแดด ทาครีมกันแดด

2.หยุดยากระตุ้นฝ้า

3.ใช้กรดอ่อนผลัดเซลล์ผิว

4.ฉีดยาที่ฝ้า

5.ใช้เลเซอร์ลดฝ้า

6.ทานยาทรานซามีน

.

จะเห็นว่า การรักษาฝ้านั้น ยากกว่าที่คิด

ดังนั้น การป้องกันนั้น สำคัญที่สุดค่ะ

 

ฝ้าเป็นภาวะทางผิวหนัง ที่รักษาให้จางลงได้ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

การรักษาต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น จะทำให้ฝ้าจางลง

แต่ถ้าหยุดการรักษาหรือมีปัจจัยกระตุ้น ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นได้

#แชร์ไปให้เพื่อนรู้

ส่วนใครมีคำถามเรื่องฝ้าเพิ่มเติม

สามารถinboxมาได้นะคะ

หมอฝ้าย