Home Blog Page 10

ตอบทุกข้อสงสัยIPL : IPL คืออะไร ดีมั๊ย ใช้รักษาอะไร ราคากี่บาท

0
ตอบคำถามIPL
ตอบคำถามIPL

IPL คืออะไร ดีมั๊ย ใช้รักษาอะไร ราคากี่บาท

#IPL ย่อมาจากคำว่า Intense pulsed light

เป็นเครื่องมือที่ให้แสงความเข้มสูง

แต่มีความแตกต่างจากเลเซอร์คือ แสงที่ออกมาจะเป็นช่วงของความยาวคลื่นกว้างๆ

ไม่ใช่ความยาวคลื่นเดียวเหมือนเลเซอร์

.

.

#IPLใช้รักษาอะไรได้บ้าง

.

เนื่องจาก IPLมีช่วงความยาวคลื่นกว้าง ทำให้มีตัวดูดแสงได้หลายชนิด

จึงมีข้อดีคือนำไปรักษาได้หลายโรค เช่น

.

  1. ลดเม็ดสีดำ เช่น รอยดำสิว ฝ้า กระ

.

  1. ลดเม็ดสีแดง เช่น รอยแดงบนใบหน้า รอยแดงสิว ปานแดงตั้งแต่กำเนิด จุดเส้นเลือดขยายผิดปกติ

.

  1. ลดรอยย่นและรอยตีนกา

.

  1. กำจัดขนที่ใบหน้า ขนรักแร้ ขนตามตัว

.

  1. รักษาสิวที่เป็นไม่มาก

.

  1. กระชับรูขุมขน

.

#ราคาการทำIPLต่อครั้ง

.

อยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท ถึง 3,000บาทต่อครั้ง แล้วแต่สถานพยาบาลค่ะ

 

ข้อดีข้อเสียIPL
ข้อดีข้อเสียIPL

ตอบทุกข้อสงสัยIPL : ข้อดีและข้อเสียของIPL ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

#ข้อดีของการรักษาโดยIPL ได้แก่

  1. ใช้รักษาได้หลายโรค ทั้งลดจุดด่างดำ ลดริ้วรอย กำจัดขน
  2. ใช้เวลารักษาน้อย ทั่วใบหน้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที
  3. ไม่เจ็บ มีแค่ความรู้สึกอุ่นๆเล็กน้อย
  4. ไม่ทำให้เกิดแผล ทำเสร็จแล้ว สามารถไปทำงานได้ตามปกติ

#ข้อเสียของIPL

  1. ประสิทธิภาพต่ำกว่าเลเซอร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า

เช่น ลดจุดด่างดำ ได้ดีน้อยกว่า เครื่องเลเซอร์ Q-switched Nd:YAG

ลดรอยแดง ได้น้อยกว่า เครื่องเลเซอร์ V-beam

ยกกระชับ ได้น้อยกว่า Ulthera หรือ Thermage

ปรับรูขุมขน ได้น้อยกว่า เครื่องกลุ่ม fractional laser

กำจัดขน ได้เกลี้ยงน้อยกว่า เครื่องเลเซอร์ long-pulse Nd:YAG

2. ต้องทำหลายครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป

.

#ทำIPLกี่ครั้งถึงเห็นผล

สำหรับการรักษาปัญหาผิวพรรณต้องทำซ้ำประมาณ 5-10 ครั้ง ห่างกันทุก 2 สัปดาห์

ส่วนการกำจัดขนตามร่างกายต้องทำซ้ำ 8-12 ครั้ง ห่างกันทุก 4 สัปดาห์

การดูแลก่อนหลังทำIPL
การดูแลก่อนหลังทำIPL

ตอบทุกข้อสงสัยIPL : ทำIPLเจ็บมั๊ย การดูแลตัวเองก่อนและหลังทำIPL ผลข้างเคียงที่เจอได้

.

.

#ทำIPLเจ็บมั๊ย

.

ทำIPL นั้นเจ็บน้อยมาก ระหว่างทำจะมีการทาเจลเย็นๆทั่วบริเวณที่จะทำ ระหว่างยิง จะรู้สึกอุ่นๆเล็กน้อย

.

.

#การดูแลตัวเองก่อนทำIPL

.

ก่อนเข้ารับการทำ IPL ประมาณ 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ บริเวณที่จะทำการรักษาค่ะ

.

  • การโดนแดดจัด หรือการอาบแดด
  • การแวกซ์ขน
  • การใช้กรดผลัดเซลล์ผิว
  • การใช้ครีมหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ เช่น เรตินเอ กรดไกลโคลิก เป็นต้น

.

.

#การดูแลตัวเองหลังทำIPL

.

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนทำความสะอาดผิวบริเวณที่ระคายเคืองเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

.

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดโดยตรง เป็นเวลา 1 สัปดาห์

.

  • ทาครีมกันแดด และใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น ร่ม หมวก ขณะออกจากบ้าน

.

  • หากมีอาการแสบร้อนจุดไหน สามารถประคบเย็นด้วยตัวเองได้

.

  • หากสังเกตเจออาการผิดปกติ เช่น ผิวแดงมาก สีผิวคล้ำผิดปกติ มีตุ่มพอง ให้รีบกลับไปพบแพทย์ที่ทำการรักษาค่ะ

.

.

#ผลข้างเคียงของIPL

.

  1. อาการเจ็บขณะที่ทำการรักษา

.

  1. ผิวดูแดงหลังทำ

.

  1. ในคนสีผิวคล้ำ จะเสี่ยงต่อการผิวไหม้มากกว่า

.

  1. หากผู้ใช้เครื่องเลเซอร์ ตั้งค่าพลังงานสูงเกินไป ทำให้ผิวคนไข้ไหม้ได้ โดยเฉพาะหน้าผาก ซึ่งมีผิวหนังบาง

.

สรุป IPL เป็นเครื่องที่ครอบจักรวาลทำได้หลายอย่าง แต่ประสิทธิภาพยังสู้เลเซอร์เฉพาะเจาะจงไม่ได้

หากไม่มีปัญหาผิวมาก ทำแล้วก็ได้ผลดีเช่นกัน เพียงแต่ต้องทำหลายครั้ง

ผลข้างเคียงน้อย ราคาไม่สูง

ใครชอบบทความสรุปแบบนี้ ฝากกดไลค์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้หมอด้วยนะคะ

.

5 วิธีเก็บกรอบหน้าให้ชัด ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

0
เก็บกรอบหน้าให้ชัด
เก็บกรอบหน้าให้ชัด

เป็นกันมั๊ยคะ อุตส่าห์แต่งตัว แต่งหน้าสวยๆ ไปถ่ายรูปเล่นตามคาเฟ่เปิดใหม่

.

แต่พอดูรูป กลับรู้สึกว่าหน้าใหญ่ ดูบาน ไม่สวยอย่างใจ

.

วันนี้ขอเสนอ 5 วิธีเก็บกรอบหน้าเราให้ชัดขึ้น คราวนี้จะถ่ายรูปมุมไหน ก็ยังดูดีค่ะ

.

1.ใครกรามใหญ่ ก็จัดโบท็อกเลยจ้า

.

วิธีเช็คกรามของเรา ก็คือ การเอามือจับที่แก้มด้านล่างทั้ง 2 ข้าง แล้วกัดฟัน

ถ้ามีลักษณะกล้ามเนื้อหนาดันขึ้นมาชนมือเยอะ แสดงว่ากรามเราใหญ่จริงค่ะ

อย่างนี้ควรฉีดโบท็อกกราม เพื่อลดขนาด หน้าจะได้ดูลดความเหลี่ยมลง ดูสวยหวานขึ้นด้วยน้า

.

.

2.ใครไขมันแก้มเยอะ จัดเมโสแฟตลดไขมันไปเล้ย

.

ถ้าเราหนีบแก้มขึ้นมาได้ แล้วรู้สึกนิ่มๆ ส่วนใหญ่จะเป็นไขมันน้า

.

นอกจากการคุมอาหาร ออกกำลังกาย ให้ผอมลงทั้งตัวแล้ว

.

การฉีดเมโสแฟตที่หน้าโดยตรง ก็ช่วยให้หน้าเล็กลง อย่างฉับไวค่ะ

.

แนะนำให้ทำ 3-5 ครั้งขึ้นไป โดยฉีดซ้ำทุก 2 สัปดาห์

.

.

3.ผิวหย่อนนัก ก็ใช้เครื่องยกกระชับซะหน่อย

.

บางคนกรามก็ไม่ใหญ่ ไขมันก็ไม่ค่อยมี

.

แต่กรอบหน้าก็ยังไม่ชัด เพราะเกิดจากผิวหย่อนนั่นเองค่ะ

.

อย่างนี้ต้องจัดการด้วยเครื่องมือยกกระชับผิว ไม่ว่าจะเป็น อัลเทอร่า เทอร์มาจ หรือไฮฟู

.

อัลเทอร่า กับเทอร์มาจ ทำปีละครั้งก็เห็นผล

.

ส่วนไฮฟูควรทำเดือนละครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป จึงจะเห็นผลเท่ากัน ส่วนข้อดีคือแทบไม่เจ็บเลยค่า

.

.

4.ร้อยไหมเก็บกรอบหน้า

.

ผิวหย่อนนัก ก็ใช้ไหมเส้นเล็ก ใส่แบบสานกันที่ผิวหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวเต่งตึงขึ้น

.

บวกกับการใช้ไหมเส้นใหญ่ ที่มีจุดร้อยตั้งแต่ช่วงขมับ แล้วช่วยดึงแก้มของเราให้ยกขึ้น

ได้ผลทั้งการยกผิวแบบตรงๆ และการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนหลังจากนั้นถึง 6 เดือนเลยทีเดียว

.

วิธีนี้จะเหมาะกับ คนที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง จะได้ผลดีที่สุดค่ะ

.

.

5.ผ่าตัดดึงหน้า

.

หากใบหน้ามีความหย่อนคล้อยมาก ยังไม่มีวิธีใด ทำแล้วเห็นผลดีเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า

.

ข้อเสียของวิธีนี้ คือราคาสูง และต้องพักหน้านานค่ะ

.

.

ลองเช็คหน้าตัวเองกันแล้ว ของเพื่อนๆ มีปัญหาแบบไหนบ้างคะ

.

หน้าใหญ่จากกราม ไขมัน หรือหย่อนคล้อย

.

หากงงๆไม่แน่ใจก็ส่งinboxเข้ามาถามได้นะคะ

.

จะได้เลือกวิธีที่เหมาะกับหน้าเราได้ค่า

เคล็ดลับหน้าเด็ก#33 เลี้ยงแมวซักตัว

0
หน้าเด็กด้วยการเลี้ยงแมว
หน้าเด็กด้วยการเลี้ยงแมว

เคล็ดลับหน้าเด็ก#33 เลี้ยงแมวซักตัว

🤩จากการศึกษาของ “Journal of Vascular and Interventional Neurology”

ในช่วงระหว่าง 20 ปี คนที่เลี้ยงแมว

จะมีโอกาสตายจากโรคหัวใจวาย

หรือเส้นเลือดอุดตัน

น้อยกว่า คนที่ไม่ได้เลี้ยงแมว

เพราะแค่การเลี้ยงแมวซักตัว

ก็ช่วยลดความดันโลหิตได้แล้ว

🐱ถ้าอยากจะเลี้ยงแมวซักตัว

นอกจากจะหาซื้อจากร้านสัตว์เลี้ยงโดยตรง

ก็สามารถไปรับเลี้ยงจากหน่วยงาน

หรือองค์กรที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไม่มีเจ้าของก็ได้

🌟หากไม่สะดวกที่จะรับเลี้ยงเองจริงๆ

การอาสาไปดูแลแมวตามองค์กรต่างๆ

ในช่วงวันหยุด

ก็ได้ประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ

ของคุณไม่แพ้กันเลยค่ะ

บอกหมดเปลือก! อาหารเสริมอะไรทานแล้วผิวสวย

0
อาหารเสริมผิวขาว
อาหารเสริมผิวขาว

การมีสารอาหารในร่างกายอย่างเพียงพอ และสมดุล

ถือเป็นหัวใจหลักของการมีสุขภาพที่ดี และมีผิวสวย

.

หากอยากมีผิวสวย การนอนพักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ

หลีกเลี่ยงแสงแดด ทานน้ำเยอะๆ ยังถือเป็นสิ่งที่ต้องทำเสมอนะจ๊ะ

ในบทความนี้ จะยกตัวอย่างกลุ่มวิตามิน แร่ธาตุที่มีงานวิจัยรองรับ

ช่วยทำให้ผิวดูดีขึ้น

.

มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเล้ย

.

  1. วิตามินซี  (L-ascorbic acid; Vitamin C)
  2. วิตามินอี (Tocopherols; Vitamin E)
  3. วิตามินดี (Vitamin D)
  4. แอสตาแซนทิน (Astaxanthin)
  5. กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acids)
  6. โคเอนไซม์ คิวเทน (Ubiquinol; Coenzyme Q10)
  7. โพลีฟีนอล (Polyphenols)
  8. พิกโนจีนอล (Pycnogenol)
  9. สังกะสี (Zinc)
  10. โปรไบโอติกส์ (Probiotics)

.

มาทำความรู้จักสารเหล่านี้ กันทีละตัวนะคะ

วิตามินซี
วิตามินซี
  1. วิตามินซี (L-ascorbic acid; Vitamin C)

.

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ไวต่อแสง

.

ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีเองได้

เราจะต้องรับจากการทานเข้าไป

.

แหล่งวิตามินซีที่พบวิตามินซีได้มาก เช่น ส้ม ส้มโอ เลมอน มะนาว ฝรั่ง พาสลีย์

.

วิตามินซีช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

.

  • ทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น

.

  • ป้องกันผิวเสียจากแสงแดด

.

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

.

  • ทำให้ผิวชั้นหนังแท้หนาตัวขึ้น

.

  • ช่วยการหายของแผลให้ดีขึ้น

.

  • ชะลอความแก่ของผิว

.

.

ข้อควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซี

.

  • หากขาดวิตามินซีรุนแรง จะทำให้การสร้างคอลลาเจนเสียหาย

เกิดโรคลักปิดลักเปิด โดยมีอาการเหงือกยุ่ย เลือดออกตามไรฟัน ,

ตามตัวเกิดจุดเลือดออก ช้ำง่าย แผลหายช้า

.

  • งานวิจัยพบว่า การรวมกันของวิตามินซี และวิตามินอีแบบกิน จะมีผลช่วยป้องกันผิวจากแสงยูวีบีได้ดีขึ้น

 


วิตามินอี
วิตามินอี
  1. วิตามินอี (Tocopherols; Vitamin E)

.

เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน

.

พบได้ในผัก น้ำมันพืช เช่น น้ำมันจมูกข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน

น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์

.

วิตามินอีช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

.

  • ป้องกันการเสื่อมของคอลลาเจน

.

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ของผิว

.

  • ป้องกันผิวเสียจากแสงแดด

.

  • วิตามินอีแบบทา ช่วยลดความแดง ลดอาการผิวไหม้จากแดดได้ดี

.

  • วิตามินอีรวมกับวิตามินซีแบบกิน จะได้ผลปกป้องผิวจากแสงดียิ่งขึ้น

 


วิตามินดี
วิตามินดี
  1. วิตามินดี (Vitamin D)

.

วิตามินดี พบจากอาหารได้น้อย

.

หลักๆ จะถูกสร้างจากการกระตุ้นของแสงแดด

ไปเปลี่ยนวิตามินดีที่ผิวหนัง ให้เป็นวิตามินดีที่ออกฤทธิ์ได้

.

ส่วนอาหารที่พบวิตามินดีสูง เช่น ปลาแซลมอน หรือปลาแมคคอแรลที่สุก ไข่แดง

.

มีหลายปัจจัยมาก ที่ทำให้ผิวเราผลิตวิตามินดี3ได้ลดลง

.

ทั้งจากอายุที่มากขึ้น การเจอแสงแดดน้อยเกินไป

คนที่มีน้ำหนักเกินมากๆ

หรือในผู้ที่มีปัญหาดูซึมไขมันได้ไม่ดี หรือขาดสารอาหาร

.

หน้าที่ของวิตามินดี

.

  • การทานวิตามินดี ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง
  • ทำให้กระดูกแข็งแรง
  • ส่งเสริมระบบภูมิต้านทาน
  • ป้องกันการติดเชื้อ

แม้เมืองไทยจะมีแสงแดดตลอดทั้งปี แต่เมื่อเทียบแล้ว การเอาตัวเองไปตากแดดเพื่อได้วิตามินดี

.

แล้วเกิดฝ้า กระ ผิวคล้ำเสียขึ้นมา ดูจะไม่คุ้มเลยทีเดียว

.

เพราะฉะนั้น การทานวิตามินดีเสริมโดยตรง จึงเป็นทางเลือกที่ได้ประโยชน์มากกว่า


แอสตาแซนธิน
แอสตาแซนธิน

4.แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

แอสตาแซนธิน เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง ซึ่งพบได้ในสาหร่าย ‘Haematococcus pluvialis’

และยังพบได้ใน ยีสต์ แซลมอน ปลาเทราท์ กุ้ง คริลล์ เครย์ฟิช

แอสตาแซนทิน ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

โดยมีฤทธิ์มากกว่าเบต้น แคโรทีน ถึง 40 เท่า

.

แอสตาแซนทินช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

  • ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ต่อต้านกับมลภาวะและแสงแดดได้ดี
  • ลดอาการบวมและรอยแดงของผิวหนัง โดยกระบวนการลดการอักเสบ
  • ป้องกันการเกิดผิวเหี่ยว ผิวหย่อน ช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิว โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • ปกป้องผิวเสื่อมจากแสงแดด
  • ป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง

.

ประโยชน์อื่นๆของแอสตาแซนทิน มีตั้งแต่

  • ปกป้องเรตินา และสมองของเราจากอนุมูลอิสระ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ไขมัน ข้อเสื่อมรูมาตอยด์
  • ลดการเสื่อมของระบบประสาท จากภาวะเบาหวาน
  • เป็นตัวเสริมในการรักษามะเร็ง

.

แอสตาแซนธิน ถือว่าเป็นแหล่งวิตามินเอที่ดีที่สุดในตอนนี้

ปริมาณที่แนะนำให้ทาน คือ  2-12 มิลลิกรัมต่อวัน ทานต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ


กรดไขมันจำเป็น
กรดไขมันจำเป็น

.

  1. กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acids)

.

กรดไขมันจำเป็น เป็นกรดไขมันที่ร่างกายมนุษย์สร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น

.

โดยพบได้ใน เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเชีย เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน

วอลนัท อะโวคาโด น้ำมันคาโนล่า แซลมอน ทูน่า

.

กรดไขมันจำเป็นช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

.

  • ทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง

.

  • ลดการอักเสบ

.

  • ป้องกันการเกิดผิวเหี่ยว ผิวหย่อน ช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิว โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

.

  • ปกป้องผิวเสื่อมจากแสงแดด

.

ข้อควรรู้เกี่ยวกับกรดไขมันจำเป็น

  • สัดส่วนที่เหมาะสมคือ โอเมก้า 6 ต่อ โอเมก้า 3 คือ 1:1 ถึง 4:1

แต่ทุกวันนี้อาหารที่เรากิน มีสัดส่วนสูงถึง 30:1

.

  • สัดส่วนโอเมก้า 6 มากไปไม่ดี เพราะทำให้ระบบฮอร์โมนปั่นป่วน เพิ่มการอักเสบของร่างกาย

เสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็ง ซึมเศร้า ความจำเสื่อม

 


 

โคเอ็นไซม์คิวเทน
โคเอ็นไซม์คิวเทน
  1. โคเอนไซม์ คิวเทน (Ubiquinol; Coenzyme Q10)

.

โคเอนไซม์ คิวเทน เป็นสารละลายในไขมัน ถูกสร้างได้ในร่างกายของเรา และมักถูกเก็บในเนื้อเยื่อไขมัน

.

โคเอนไซม์คิวเทนช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

.

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

.

  • โคคิวเทน อยู่ในชั้นหนังกำพร้าเป็นหลัก ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายผิว

.

  • เพิ่มการผลัดเปลี่ยนของเซลล์ผิวหนัง

.

  • กระตุ้นการซ่อมแซมของผิว รวมถึงการสร้างผิวใหม่

.

#ประโยชน์อื่นๆของโคเอนไซม์คิวเทน

.

  • เป็นตัวช่วยการทำงานของไมโตคอนเดรีย ในการสร้างพลังงานในเซลล์

.

  • กระตุ้นระบบภูมิต้านทาน

.

  • ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ

.

  • ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ จากการทานยา statin

.

#แหล่งของโคเอนไซม์คิวเทน

.

น้ำมันปลา จากแซลมอน, ทูน่า

ตับ

เนื้อวัว

โฮลเกรน

.

ขนาดที่แนะนำให้ทาน คือ ครั้งละ 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

 


โพลีฟีนอล
โพลีฟีนอล

7.โพลีฟีนอล (Polyphenols)

โพลิฟีนอล เป็นสารในกลุ่มสารประกอบฟีนอล ซึ่งสังเคราะห์โดยพืช มีหลายกลุ่ม เช่น

Catechin (EGCG)  สารประกอบที่มีอยู่มากในชาเขียว

Flavonoids, BioFlavonoids พบได้ในผลไม้หลากสี

Isoflavones สารประกอบหลักที่มีอยู่ในถั่วเหลือง

Proanthocyanidins : Pycnogenol พบได้ในเมล็ดองุ่น เปลือกสน

Resveratrol พบได้ในองุ่น ไวน์แดง มัลเบอร์รี่

.

#โพลีฟีนอลช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
  • กระตุ้นการซ่อมแซมของผิว รวมถึงการสร้างผิวใหม่
  • ยับยั้งการสร้างเม็ดสี
  • ป้องกันผิวเสื่อมจากแสงแดด
  • ลดการทำงานของเอนไซม์ Matrix matalloproteinases ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่จะมาทำลายคอลลาเจน

.

#ประโยชน์ของโพลีฟีนอลต่อสุขภาพ

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant)
  • ป้องกันการเกิดนมะเร็ง
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ โดยลดระดับของ cholesterol และ triglyceride ในเลือด
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ควบคุมความดันโลหิตสูง โดยไปยับยั้ง angiotensis-I converting enzyme (ACE)
  • Polyphenols ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • Catechin ยังลดการดูดซึมของกลูโคสที่ลำไส้ และเพิ่มการเผาผลาญไขมันด้วย

.

#ข้อควรระวังในการทานโพลีฟีนอล

หากต้องทานธาตุเหล็กเสริม ควรทานแยกกับโพลีฟีนอล

เพราะสารโพลีฟีนอล จะไปยับยั้งการดูดซึมของเหล็กที่ลำไส้


 

พิกโนจีนอล
พิกโนจีนอล
  1. พิกโนจีนอล (Pycnogenol)

พิกโนจีนอล เป็นสารสกัดที่ได้จาก เปลือกสนฝรั่งเศส และเมล็ดองุ่นแดง

.

ประกอบด้วย สารโพลีฟีนอลหลายชนิด ทั้ง bioflavonoids, catechins, epicatechins, procyanidins, phenolic acids

.

พิกโนจีนอลช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

.

  • ป้องกันผิวเสื่อมจากแสงแดด

.

  • ยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลง

.

  • ป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง

.

  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิว
  • สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวกระชับ นุ่มเด้ง

.

#ประโยชน์ของพิกโนจีนอลต่อสุขภาพ

.

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • บรรเทาอาการภูมิแพ้ หอบหืด
  • ช่วยลดไขมันไม่ดีLDL และเพิ่มไขมันดี HDL
  • บำรุงจอประสาทตา
  • บำรุงสมอง ลดปัญหาอัลไซเมอร์ บรรเทาอาการของโรคสมาธิสั้น
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

.

#ปริมาณที่แนะนำต่อวัน

.

บำรุงสุขภาพทั่วไป วันละ 30 มิลลิกรัม

หากต้องการดูแลหลอดเลือด ป้องกันความเสื่อมจากโรคเรื้อรัง แนะนำทานวันละ 60-180 มิลลิกรัม

 


.

สังกะสี
สังกะสี
  1. สังกะสี (Zinc)

สังกะสีมีบทบาทหลายอย่าง ทั้งช่วย การทำงานของภูมิคุ้มกัน, การย่อยอาหาร, การสร้างฮอร์โมน และการแบ่งเซลล์

#สังกะสีช่วยเรื่องผิวได้ยังไง

  • ลดการเกิดสิว โดยการรักษาสมดุลของต่อมไขมันและปริมาณไขมันที่ผลิตออกมาบนผิวหนังได้

จึงสามารถช่วยลดการอุดตันของไขมันที่เป็นสาเหตุของสิว รวมถึงการลดอักเสบของสิวได้ดีด้วย

.

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

.

  • ชะลอความเสื่อมของผิว

.

  • เพิ่มกระบวนการหายของแผล

.

#อาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี เช่น

ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชหอยนางรม เนื้อแดง รำข้าวสาลี

จมูกข้าวสาลี หอย ไพน์นัท และบราซิลนัท

.

#ปริมาณสังกะสีที่แนะนำต่อวัน

ผู้ใหญ่โดยทั่วไปประมาณ 8-11 มิลลิกรัม

สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการรักษาสิวประมาณ 30 มิลลิกรัม

.

#ข้อควรระวังในการทานสังกะสี

คือ ไม่ควรรับประทานสังกะสี พร้อมกับนมหรืออาหารที่มีแคลเซียมสูง

เพราะแคลเซียมจะเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมสังกะสี

.

และไม่ควรทานสังกะสีตอนท้องว่าง จะรู้สึกไม่สบายท้องได้

 


 

โปรไบโอติก
โปรไบโอติก

10. โปรไบโอติกส์ (Probiotics)

ระบบลำไส้กับผิวพรรณ มีความเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่เราคิด

หากเราทานอาหารแปรรูป อาหารที่มีไขมันสูง

จะทำให้เกิดการลดลงของแบคทีเรียดี โดยเฉพาะ Bifidobacterium

จากนั้น ลำไส้จะเกิดปัญหารั่วซึมแบบระดับโมเลกุล

ทำให้สารพิษ หรืออาหารที่ย่อยไม่หมดเข้าไปได้

เพิ่มการอักเสบและอนุมูลอิสระในร่างกาย จนส่งผลแสดงออก

ที่ผิวหน้าหลั่งน้ำมันออกมามากขึ้น เกิดอาการสิวเห่อ หน้าหมอง ผิวแพ้ง่าย

การทานโปรไบโอติกส์ จะไปเพิ่มแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ปรับสมดุลของระบบต่างๆ

.

แล้วโปรไบโอติกส์ช่วยเรื่องผิวได้ยังไงบ้าง

  • ลดการผลิตน้ำมันบนใบหน้า
  • ลดการเกิดสิว หากมีสิว ก็ทำให้ยุบลง
  • ลดการอักเสบต่างๆ
  • แบคทีเรียชื่อ Lactobacillus rhamnosus ช่วยลดอาการผิวอักเสบแบบAtopic ได้
  • ช่วยลดรังแคและการเกิดเซบเดิร์ม
  • เพิ่มกระบวนการหายของแผล
  • ปกป้องผิวเสื่อมจากแสงแดด

นอกจากการทานโปรไบโอติกส์โดยตรง เพื่อดูแลสุขภาพ และทำให้ผิวพรรณดูดีขึ้นแล้ว

การลดอาหารที่ทำให้สมดุลแบคทีเรียเสียหาย

เช่น ของหวาน ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารหมักยีสต์ แอลกอฮอล์ และอาหารแปรรูปต่างๆ

ก็จะยิ่งเป็นผลดีไปอีกค่ะ

เคล็ดลับหน้าเด็ก#32 ใช้ปลอกหมอนซาติน

0
หน้าเด็กด้วยปลอกหมอนซาติน
หน้าเด็กด้วยปลอกหมอนซาติน

เคล็ดลับหน้าเด็ก#32 ใช้ปลอกหมอนซาติน

😊ไม่อยากเจอผิวแห้งกร้าน

หลังจากการนอนกันใช่มั๊ยคะ

ถ้าอย่างนั้น ลองเปลี่ยนจากการ

ใช้ปลอกหมอนผ้าฝ้ายธรรมดา

มาเป็นปลอกหมอนที่ทำจากผ้าซาติน

หรือผ้าไหมกันดีกว่า

💞ผ้าฝ้ายนั้น จะดูดซับความชุ่มชิ้นของผิวเรา

ทำให้หน้าของเราแห้งระหว่างนอน

และยังไปทำให้ริ้วรอยตื้นๆ มีความชัดมากขึ้น

💦ปลอกหมอนผ้าซาติน หรือผ้าไหม

จะไม่ดูดซับความชุ่มชื้น

และผิวเรียบลื่นของเนื้อผ้านี้

ก็ไม่ทำให้เกิดรอยยับย่นบนใบหน้าเพิ่ม

จึงทำให้ตื่นมาแล้ว ดูดี ผิวไม่แห้ง

และไม่มีริ้วรอยอีกด้วย

5 เหตุผล ทำไมเราต้องทานอาหารเสริม อัพเดทปี 2021

0
ทำไมต้องทานอาหารเสริม
ทำไมต้องทานอาหารเสริม

5 เหตุผล ทำไมเราต้องทานอาหารเสริม อัพเดทปี 2021

  1. เพราะเดี๋ยวนี้อาหารส่วนใหญ่ผ่านการปรุง และแช่แข็งเอาไว้

.

ปริมาณสารอาหารที่ได้จะลดน้อยลงมาก

.

เมื่อเทียบกับคนในสมัยก่อนที่มัก ทานอาหารปรุงสด แล้วกินทันที

.

.

  1. อาหารถูกผลิตออกมาอย่างรวดเร็ว โดยถูกปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโต

.

จึงไม่มีเวลาพอที่จะสะสมสารอาหารไว้ในตัวได้เพียงพอ

.

พืช ผักทุกวันนี้ จึงมีปริมาณสารอาหารลดลงอย่างมาก

.

.

  1. อาหารในปัจจุบัน มีการปนเปื้อนของสารพิษ สารเคมีหลายชนิด

ทั้งจากปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืช และโลหะหนัก

.

ยิ่งทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพหนัก

.

ต้องทานอาหารเสริมไปชะลออาการเสื่อมเหล่านี้

.

.

  1. ในผู้ป่วยบางโรค จะมีความต้องการสารอาหารบางชนิดมากเป็นพิเศษ

.

เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน จะต้องการวิตามินบี1 มากกว่าปกติ

.

คนที่ทานยาลดไขมันสตาติน ก็จำเป็นต้องเสริมด้วย โคคิวเทน เพื่อลดผลข้างเคียงจากยา

.

.

  1. อาหารที่คนไทยหาทานได้ง่าย มักเป็นอาหารที่มีสารอาหารต่ำ และไม่ดีต่อสุขภาพ

.

เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาล ไขมัน แถมยังผสม สารกันบูด สารสังเคราะห์อีกต่างหาก

.

เช่น เบเกอรี่ ของทอดต่างๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

.

.

.

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หันมาเริ่มทานอาหารเสริมตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สายนะคะ

.

อ่านต่อ –> เรื่องของอาหารเสริมที่ทำให้ผิวสวย

เอเอชเอ คืออะไร แล้วดีต่อผิวยังไงบ้าง

0
AHA
AHA

เอเอชเอ คืออะไร แล้วดีต่อผิวยังไงบ้าง

.

เอเอชเอ เป็นส่วนประกอบ ที่พบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

เช่น คลีนเซอร์ มาสก์ โทนเนอร์ และมอยส์เจอร์ไรเซอร์

.

เอเอชเอ (AHA) ย่อมาจากคำว่า Alpha Hydroxy Acid

มีหน้าที่หลักในการ#ผลัดเซลล์ผิว ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใส ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิว

.

แต่ที่สำคัญที่สุดคือสามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของคุณดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น

โดยการขจัดผิวหนังที่ตายแล้ว

ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน

.

นอกจากนี้AHA ยังสามารถช่วย#ต่อต้านริ้วรอย

โดยการทำลายเส้นใยคอลลาเจนเก่าเพื่อสร้างใหม่

ริ้วรอยตื้นๆจึงจางลง

และได้ผิวใหม่ที่ดูเต่งตึงขึ้น

.

เอเอชเอ กับการ#ลดสิว

เราทุกคนรู้ว่าสิวจำนวนมากเกิดจากรูขุมขนอุดตันผสมกับผิวหนังที่ตายแล้วแบคทีเรียและน้ำมัน

.

การผลัดเซลล์ผิวด้วย เอเอชเอ สามารถลดการอุดตันที่รูขุมขน และยังลดขนาดลงซึ่งจะทำให้ผิวดูดีขึ้น

.

การใช้เอเอชเอ ในระยะยาวยังสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันและช่วยลดจำนวนสิวได้อีกด้วย

.

.

ประเภทของ AHA:

.

กรดซิตริก (จากผลไม้รสเปรี้ยว)

.

กรดไกลโคลิก (จากอ้อย)

.

กรดไฮดรอกซีคาโปรอิก (จากนมผึ้ง)

.

กรดไฮดรอกซีคาอะคริลิก (จากสัตว์)

.

กรดแลคติก (จากแลคโตสหรือคาร์โบไฮเดรตอื่น ๆ )

.

กรดมาลิก (จากผลไม้)

.

กรดทาร์ทาริก (จากองุ่น)

.

.

#วิธีใช้เอเอชเอ

ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของAHA ควรลองทาที่หลังใบหู ติดต่อกัน 3 วัน

หากไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถใช้ต่อได้

.

และควรเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี AHA น้อยกว่า 10% เพื่อความปลอดภัย และไม่มีการลอกของผิวมากเกินไป

.

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง:

.

ผิวไหม้

อาการคัน

แผลพุพอง

.

ไม่แนะนำให้ใช้ AHA กับผิวบริเวณที่มีบาดแผล

มีลักษณะผิวหนังอักเสบ

มีอาการโรซาเชีย สะเก็ดเงิน

และผิวบริเวณที่เพิ่งโกนขนมาใหม่ๆ

หน้ามัน ทำไงดี… ทำตาม 6 ขั้นตอนนี้ รับรองหน้าไม่กลับมามันอีก

0
หน้ามันทำไงดี
หน้ามันทำไงดี

หน้ามัน ทำไงดี… ทำตาม 6 ขั้นตอนนี้ รับรองหน้าไม่กลับมามันอีก

.

คนมีปัญหาผิวมันรู้กันดี ว่ามันเหนื่อยใจแค่ไหนกับอาการหน้ามันเยิ้ม

รูขุมขนก็ดูกว้าง แถมยังเป้นสิวง่ายอีกด้วย

.

หากไม่อยากกลับมาหน้ามันอีก ไปทำตาม 6 ขั้นตอนดังนี้กันนะคะ

.

1.ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ลดความมัน

.

ระวัง ! หากคุณเคยเลือกใช้คลีนเซอร์สูตรที่แรงเกินไป ที่ลดความมันได้จริง

แต่ก็ทำร้ายผิวมากเกินไปด้วย

ส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวแห้งมากไป มีตั้งแต่ แอลกอฮอล์, เมนทอล มิ้นท์, ยูคาลิปตัส

.

ดังนั้นการเลือกใช้คลีนเซอร์ล้างหน้าสำหรับคนผิวมัน

ควรเลือกเป็นสูตรอ่อนโยน มาจากธรรมชาติ

และไม่มีแอลกอฮอล์

.

หรือมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ beta-hydroxy acid, salicylic acid, glycolic acid

ก็จะช่วยชะลอการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันด้วยค่ะ

.

.

2.ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า

.

ควรเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์และอะซีโตน

ให้ใช้สำลีชุบโทนเนอร์ และลูบไล้ทั่วใบหน้า

เช้า-เย็น จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดี

และปรับให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

.

.

3.ใช้โลชั่นเนื้อบางเบา เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

.

ความมันกับความชุ่มชื้น นั้นเป็นคนละเรื่องกัน ผิวมันก็ขาดความชุ่มชื้นได้

.

สำหรับสาวผิวมัน ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์สูตรแบบออยล์ฟรี

มีเนื้อบางเบา หรือจะเลือกใช้แบบเจลหรือเซรั่มแบบน้ำ ก็ได้

.

.

4.สครับผิวหน้า สัปดาห์ละครั้ง

.

การสครับผิว มีข้อดีคือช่วยผลัดเซลล์ผิว รวมถึงลดความมันของใบหน้าด้วย

.

.

5.ใช้มาส์กหน้า สูตรลดความมัน

.

โดยเลือกใช้มาส์กจำพวกโคลน ที่ช่วยดูดซับความมันได้ดี

.

หรือเลือกใช้สูตรที่มีสาร AHA, BHA ก็ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้ผิวดูใส รูขุมชนเล็กลง ก็ได้ค่ะ

.

.

6.ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

.

เพื่อลดปัญหาแสงแดด ที่ทำให้ผิวแห้งจนไปกระตุ้นให้ผิวเรา ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น

.

การเลือกใช้ครีมกันแดด สำหรับคนผิวมัน

ควรเลือกแบบเนื้อบางเบา และดูดซับความมัน เพื่อไม่ให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ

เช่นมีส่วนผสมของ Micronized zinc หรือ Titanium dioxide

.

.

.

ทำตาม 6 ขั้นตอนนี้เป็นประจำ ปัญหาผิวหน้ามัน ก็ไม่มาให้กวนใจแล้วล่ะค่ะ

6 ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ และวิธีแก้ไข

0
ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์
ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์

6 ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ และวิธีแก้ไข

  1. รอยเขียวช้ำ

การช้ำหลังฉีด มักพบหลังการฉีดบริเวณรอบตา รอบปาก

มักหายได้เองในช่วง 5-10 วัน

หากเกิดอาการเขียวช้ำแล้ว แนะนำให้ประคบเย็นบริเวณนั้นๆ

2-3 วันแรกหลังฉีด

และนวดหัวสูงในช่วงแรก จะทำให้อาการช้ำหายเร็วขึ้นค่ะ

.

2. การติดเชื้อ

คนไข้จะรู้สึกได้ว่า มีอาการปวด บวม แดง ร้อน

หากมีอาการเช่นนี้ ให้รีบกลับไปพบแพทย์

เพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น

การทานยาฆ่าเชื้อ หรือในบางราย อาจต้องทำการเจาะหนองออก

.

3. ภาวะภูมิแพ้

อาการแสดง จะมีตั้งแต่ แดง คัน บวม

มักเจอหลังการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ HA

หากมีอาการเช่นนี้ ให้รีบกลับไปพบแพทย์

เพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น

การทานยาแก้แพ้  หรือยาสเตียรอยด์ เพื่อลดอาการ

.

4.ภาวะก้อน และผิวไม่สม่ำเสมอ

เมื่อเจอภาวะนี้ ควรกลับไปพบแพทย์

โดยคุณหมออาจจะกด นวด ตำแหน่งนั้นให้ยุบลงให้

หรือใช้สาร hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์บริเวณนั้น

ก็แล้วแต่ความเหมาะสมค่ะ

.

5. ภาวะสีผิวเปลี่ยนแปลง

เมื่อเจอภาวะนี้ ควรกลับไปพบแพทย์

โดยคุณหมออาจให้ทายากลุ่มไวท์เทนนิ่ง

หรือใช้สาร hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์บริเวณนั้น

ก็แล้วแต่ความเหมาะสมค่ะ

.

6. ภาวะอุดตันเส้นเลือด

เป็นภาวะที่อันตรายที่สุด หากมีการอุดตันเส้นเลือดแดง คนไข้จะมีอาการเจ็บปวดมาก และผิวบริเวณนั้นมีอาการซีด

ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะเนื้อตาย หรือ ตาบอดตามมาได้

ภาวะนี้ มักเกิดหลังจากฉีดทันที หรือหลังฉีดไม่เกิน 10 นาที

แต่ในบางราย ก็มีอาการนี้ได้ หลังฉีด 2-3 วัน

ดังนั้น การสังเกตอาการตัวเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

.

การรักษาภาวะเนื้อตายหรือตาบอด จากการฉีดฟิลเลอร์

ยิ่งได้รับการรักษาเร็ว จะมีโอกาสกลับมาได้สูง

ดีที่สุดคือ ภายใน 90 นาที หลังมีอาการ

.

คุณหมอจะทำการรักษา เช่น ฉีดสลายฟิลเลอร์ ด้วย hyaluronidase

การทา 2% nitroglycerin paste

รวมถึงการนำส่งร.พ.เฉพาะทาง ที่ใกล้ที่สุดค่ะ

——————————————————————-

ฟิลเลอร์นั้นมีข้อดีมากมาย

ทั้งได้ ความสวยในระยะเวลาไม่นาน ดูเป็นธรรมชาติ ราคาจับต้องได้

แต่ก็มีข้อควรระวัง อย่างที่กล่าวมา

ดังนั้น หากอยากสวยด้วยฟิลเลอร์

ควรเลือกใช้บริการกับคลินิกหรือร.พ.ที่ได้มาตรฐาน

คุณหมอผ่านการอบรม

และใช้ฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้นนะค้า

ก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ ดูแลตัวเองอย่างไร

0
การดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์

#ก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ ดูแลตัวเองอย่างไร

#การปฎิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

ก่อนฉีด 1 สัปดาห์ ควรงด

–    วิตามินอี

–    น้ำมันปลา

–    คอลลาเจน

–    สารสกัดจากใบแปะก๊วย

–    ยาลดการแข็งตัวของเลือด

–    ยากลุ่มเอ็นเสดส์(NSAIDs)

เพราะยากลุ่มนี้จะทำให้เลือดออกแล้วหยุดยาก อาจเพิ่มโอกาสมีรอยช้ำหลังฉีด

หรือหากมีโรคประจำตัว ต้องทานยาใดเป็นประจำ หรือ

กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง

.

#การปฎิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์

  1. หลังการฉีด 2-3 ชั่วโมงควรหลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือนอนราบ
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  3. หลีกเลี่ยงการนวดหน้าขัดหน้าทำเลเซอร์เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  4. หากพบอาการผิดปกติ เช่น ก้อนนูน เจ็บมาก สีผิวเปลี่ยนแปลง การมองเห็นเปลี่ยนไป ให้รีบกลับไปพบแพทย์ทันที
  5. รอยนูนจากการฉีดจะหายไปภายใน 2 – 3 ชั่วโมงในกรณีมีรอยช้ำหลังการฉีดใช้น้ำแข็งประคบเย็นในวันแรกรอยช้ำจะหายไปเองภายใน 7 วัน
  6. หากจำเป็นสามารถใช้เครื่องสำอางหรือแต่งหน้าได้หลังการรักษาโดยหลีกเลี่ยงการกดถูรุนแรง
  7. หากคนไข้มีอาการปวดศีรษะหลังการฉีดสามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้

 

การสังเกตอาการตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก หากรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

อ่านต่อ –> ภาวะแทรกซ้อนที่เจอได้ จากการฉีดฟิลเลอร์

error: Content is protected !!